1. เลือกสไตล์การต่อขนตา 
สไตล์การต่อขนตาจะมีอยู่หลักๆ 4 สไตล์ ได้แก่ สไตล์ที่ 1 ต่อขนตาแบบเส้นต่อเส้น สำหรับคนตาเล็ก ขนตาสั้นทิ่มลง สไตล์ที่ 2 ต่อขนตาแบบวอลลุ่ม สำหรับสาวตากลมโต สไตล์ที่ 3 ต่อขนตาเส้นต่อเส้นเน้นหางตา สำหรับตาทรงอัลมอนด์ สไตล์ที่ 4 ต่อขนตาสร้างมิติด้วยขนตาสีๆ สำหรับสาวตาเล็กและยาว

2. เลือกร้านต่อขนตา
อย่างแรกเลยควรคำนึงถึงความสะอาดเป็นหลัก ทั้งสถานที่ อุปกรณ์ รวมถึงสุขอนามัยที่ดีของพนักงาน และวัสดุที่ใช้ต่อขนตา ก็ควรเป็นวัสดุที่มีคุณภาพและต้องปลอดภัยกับดวงตาของเราด้วย นอกจากนี้พนักงานก็ควรมีความเชี่ยวชาญในระดับมืออาชีพ ผ่านการฝึกอบรมด้านการต่อขนตามาอย่างถูกต้อง อาจจะตัดสินใจเลือกจากรีวิวผลงานหรือเสียงตอบรับที่ผ่านมาของคนที่เคยทำมาแล้วก็ได้

3. เลือกวัสดุและราคา
นอกจากร้านต่อขนตาที่มีอยู่มากมายแล้ว ราคาของการต่อขนตาถาวรก็มีให้เลือกทำหลากหลายเช่นกัน ซึ่งตรงนี้ให้คำนวณถึงความเหมาะสมด้วยว่า การต่อขนตาจะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 เดือนเท่านั้น นั่นหมายความว่า ร้านไหนที่มีราคาถูกมากๆ ควรหลีกเลี่ยง เพราะเสี่ยงต่อการที่เขาจะนำเอาวัสดุที่ไม่ได้คุณภาพมาทำให้เรา ดังนั้นควรศึกษาถึงตัววัสดุที่ใช่ในการต่อขนตาด้วย ซึ่งวัสดุที่นิยมนำมาใช้ในการต่อขนตา มีทั้งขนมิงค์ ขนสังเคราะห์ ขนมิงค์เทียม และเส้นไหม

4. ทดสอบอาการแพ้กาวต่อขนตา
กาวต่อขนตามักมีส่วนผสมของ “ฟอร์มาลดีไฮด์” (formaldehyde) ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของขนตาจริง และป้องกันไม่ให้เกิดระคายเคืองต่อดวงตา กาวที่ใช้ต่อขนตานั้นจึงจะต้องผ่านการรับรองมาตรฐานก่อนการนำมาใช้ต่อขนตา และหากไม่แน่ใจว่าแพ้สารชนิดดังกล่าวหรือไม่ ควรทดสอบอาการแพ้ก่อน

5. ก่อนต่อขนตาไม่แต่งหน้าไปจะดีที่สุด
ก่อนการเข้ารับบริการต่อขนตาทางที่ดีไม่ควรแต่งหน้าไปจะดีที่สุด หากจำเป็นต้องแต่งหน้า ควรหลีกเลี่ยงการแต่งบริเวณดวงตา อย่างเช่น กรีดอายไลเนอร์ ทาอายแชโดว์ หรือปัดมาสคาร่า เป็นต้น